แม่และเด็กโปรตีนอาหารที่เหมาะสำหรับว่าที่คุณแม่

สำหรับคนที่กำลังจะกลายเป็นคุณแม่ เมื่อรู้ว่าตั้งครรภ์และมีหัวใจอีกดวงที่เต้นอยู่ข้างในคงต้องมีการบำรุงเป็นพิเศษ
ต้องกินอาหารเพื่อสำหรับให้ลูกน้อยที่อยู่ในท้องได้แข็งแกร่งไปด้วย และยังจะต้องกินอาหารเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง
และสุขภาพดี นอกจากนี้ยังต้องกินเพื่อให้ร่างกายสร้างน้ำนมแม่ ที่มีประโยชน์ต่อลูกน้อยมากกว่าอะไรทั้งหมด
เพราะฉะนั้นแล้ว พฤติกรรมการกินอาหารของคุณแม่จะต้องเปลี่ยนเป็นอันดับแรก
เพื่อสุขภาพที่ดีที่สุดสำหรับคุณแม่และลูกน้อย
ปกติแล้วคุณแม่ในยามตั้งครรภ์จะมีความต้องการอาหารเพิ่มขึ้นทั้งปริมาณและคุณภาพ
คุณแม่จึงรู้สึกว่าหิวบ่อยขึ้นเมื่อครรภ์แก่ เพราะร่างกายต้องการพลังงานเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 15 หรืออีก 500 แคลอรีต่อวัน
คุณแม่บางคนที่รับประทานอาหารไม่ค่อยได้ จึงควรดูแลตัวเองเป็นพิเศษ
เพื่อให้ลูกน้อยได้รับสารอาหารเพียงพอกับการเจริญเติบโต ส่วนคุณแม่ที่กลัวอ้วนจนถึงกับยอมควบคุมอาหาร
ลูกน้อยในครรภ์ก็อาจพลอยได้รับสารอาหารน้อยลงไปด้วย อาจทำให้ลูกมีน้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์
มีอัตราเสียชีวิตหลังคลอดสูงกว่าปกติ หรือมีอัตราเสี่ยงต่อการแท้งสูงขึ้น แต่สำหรับคุณแม่ที่หิวมาก
กินเยอะจนมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นผิดปกติ ช่วงหลังคลอดเมื่อเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
ไขมันในร่างกายส่วนหนึ่งจะถูกนำไปใช้ในการสร้างน้ำนม แต่ไขมันที่ยังเหลืออยู่บ้างและลดลงได้ยาก
หลังจากเลิกให้นมลูกแล้วคุณแม่ก็ควรจะออกกำลังกายเพื่อช่วยลดน้ำหนักด้วย
โปรตีน เป็นสารอาหารที่ช่วยทำให้ร่างกายเจริญเติบโตและช่วยซ่อมแซมร่างกายส่วนที่สึกหรอ
จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับลูกน้อยในการก่อร่างสร้างเลือดเนื้อให้เป็นตัวเป็นตน
เพราะโปรตีนเป็นส่วนประกอบสำคัญของเซลล์และเนื้อเยื่อซึ่งจะประกอบกันเป็นกล้ามเนื้อ กระดูก และอวัยวะภายในต่าง ๆ
ให้ร่างกายเจริญเติบโต เรียกได้ว่าเป็นสารอาหารที่สำคัญที่สุดสำหรับลูกน้อยเลยก็ว่าได้
อีกทั้งในขณะตั้งครรภ์ร่างกายของคุณแม่จะต้องการโปรตีนเพิ่มมากขึ้นกว่าปกติประมาณ 30%
ของความต้องการโปรตีนในแต่ละวัน ซึ่งอาหารที่มีโปรตีนนั้น ได้แก่ เนื้อสัตว์ทุกชนิด, นม, ไข่, ถั่วหลากชนิด, ธัญพืช, เต้าหู้,
ตับ เป็นต้น ส่วนเนื้อที่ว่านี้อาจจะเป็นเนื้อหมู เนื้อวัว เนื้อไก่ เนื้อเป็ด หรือเนื้อปลาก็ได้ทั้งนั้น
เพราะเนื้อเหล่านี้จะมีโปรตีนที่มีคุณภาพดีและมีธาตุเหล็กอยู่มาก ซึ่งมันจะดีกับทั้งแม่และลูกในครรภ์…

รู้ทันไข้เลือดออก ช่วยลูกน้อยพ้นวิกฤติ

ไข้เลือดออก
ได้ยินชื่อนี้คุณพ่อคุณแม่หลายคนคงเกิดอาการใจเสียหรือหวั่นวิตกไม่น้อย เพราะเคยได้ยินมาว่าโรคนี้ทำให้เสียชีวิตได้
โดยเฉพาะหากเกิดในลูกน้อยกระนั้นการดูแลอย่างใกล้ชิดตามที่เราจะบอก
จะช่วยให้ลูกของท่านพ้นวิกฤติได้ไม่มากก็น้อยก่อนอื่นขออธิบายก่อนว่า ไข้เลือดออก
เกิดจากการติดเชื้อไวรัสไข้เลือดออกเดงกี ซึ่งมีอยู่ 4 สายพันธุ์จัดอยู่ในกลุ่ม flavivirus
และสามารถแพร่ได้โดยมียุงลายเป็นพาหะโดยจะระบาดหนักในฤดูฝน ที่ยุงแพร่พันธุ์ได้ดี
ก่อนหน้านี้ องค์การอนามัยโลกคาดการณ์ว่าสถานการณ์ระบาดของไข้เลือดออกในหลายประเทศ
โดยเฉพาะในเขตร้อนจะรุนแรงขึ้นส่วนหนึ่งสืบเนื่องมาจากภาวะโลกร้อน
ทำให้ยุงแต่ละชนิดสามารถแพร่พันธุ์ได้มากขึ้นแต่ไม่ว่าสถานการณ์ของ ไข้เลือดออก จะเป็นอย่างไร
สิ่งที่เราควรทราบไว้คือการสังเกตอาการของโรคชนิดนี้ไม่ให้ก้าวเลยสู่ขั้นวิกฤติ ซึ่งอาจทำให้ลูกน้อยของคุณเสียชีวิตได้
รวมถึงผู้ใหญ่แข็งแรงๆ บางคนด้วย
ไข้เลือดออกระยะแรก มักไม่ค่อยมีอาการจำเพาะ
เด็กจะมีไข้สูงประมาณ 5-6 วัน โดยอาจมีอาการหวัด ปวดเมื่อยตัวคลื่นไส้อาเจียน ร่วมด้วย
หากพบอาการแบบนี้ให้รีบพาลูกไปพบแพทย์และหลีกเลี่ยงการใช้ยาลดไข้ประเภทแอสไพรินและไอบูโพรเฟน
เพราะอาจทำให้เกิดปัญหาเลือดออกในกระเพาะอาหารรวมถึงเลือดไม่แข็งตัว
ไข้เลือดออกระยะวิกฤติ เป็นระยะ 3 วันอันตราย
ที่เด็กเสี่ยงเกิดอาการช็อก อาการทั่วไปจะดูเพลียมากขึ้น
อาจมีอาการปวดเมื่อยตัวมากขึ้น รวมถึงมีอาการปวดท้อง ท้องอืด
เบื่ออาหาร ขณะที่ผิวหน้า ฝ่ามือ ฝ่าเท้า จะดูแดงขึ้นระยะนี้ทีมแพทย์จะคอยตรวจวัดชีพจรและความดันโลหิตเป็นระยะ
ร่วมกับดูปริมาณน้ำและอาหารที่รับประทานเข้าไปเทียบกับปริมาณปัสสาวะที่ออกมาในแต่ละช่วงของวัน
ในบางรายอาจไข้ลดลงซึ่งบ่งบอกถึงการเข้าสู่ระยะช็อกที่จะมีความรุนแรงตามมาในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า
ไข้เลือดออกระยะฟื้นตัว
เป็นระยะหลังไข้ลงโดยไม่มีอาการช็อก
โดยเกล็ดเลือดจะเริ่มกลับสูงขึ้น
ชีพจรและความดันโลหิตเริ่มคงที่ดีขึ้น ปัสสาวะเริ่มออกมากขึ้น
การไหลเวียนของเลือดและน้ำเหลืองที่เคยซึมรั่วไปอยู่ในส่วนอื่นๆของร่างกายกลับเข้าสู่ปกติ
ระยะนี้อวัยวะต่างๆ จะเริ่มทำงานเป็นปกติ จากนั้นในอีก 48-72 ชั่วโมงต่อมา จะเข้าสู่ระยะที่เรียกว่าหายเป็นปกติ
เด็กจะเริ่มมีความอยากอาหารบ้าง
อาการปวดท้องและท้องอืดจะดีขึ้น รู้สึกมีแรงมากขึ้น
มักพบผื่นแดงและคันตามฝ่ามือและฝ่าเท้าโดยไม่มีการลอกตัวของผิวหนัง
แต่ถ้าหากไม่ต้องการมาพักปื้นนานเป็นสัปดาห์ที่โรงพยาบาลแบบนี้
คุณพ่อคุณแม่สามารถป้องกันลูกน้อยให้ห่างไกลจากโรคไข้เลือดออกได้ง่ายๆ แค่กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายเพียงเท่านี้บ้านเราก็ปลอดภัยหายห่วง…

หูชั้นกลางอักเสบ ร้ายแรงในเด็กกว่าที่คิด

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า โรคหูชั้นกลางอักเสบที่ดูเหมือนไม่มีพิษไม่มีภัยอะไร
จึงถือเป็นโรคยอดนิยมสำหรับเด็กเล็กและเป็นสาเหตุการตายอันดับ 1 ของเด็กเล็กทั่วโลกกว่าปีละ 2ล้านคน ได้ยินแล้วขนลุกไหมครับ
บทความนี้เราจึงจะนำพ่อแม่ทุกคนไปรู้จัก
โรคหูชั้นกลางอักเสบเพื่อเป็นแนวทางป้องกันไม่ให้ลูกน้อยเป็นโรคร้ายหรือต้องเจ็บป่วย
แบบไม่มีปี่มีขลุ่ย เพราะโรคชนิดนี้จะเกิดจาก เชื้อนิวโมคอคคัสที่ก่อให้เกิดเยื้อหุ้มสมองอักเสบได้ด้วย
และปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันหูชั้นกลางอักเสบคือภาวการณ์ติดเชื้อและอักเสบของหูชั้นกลาง
เป็นโรคที่พบบ่อยโรคหนึ่งในเด็กและเป็นสาเหตุของการสูญเสียการได้ยินในเด็ก
โดยจะพบบ่อยในช่วงอายุ 6 เดือน- 15 เดือนและเกิดในเพศชายมากกว่าเพศหญิง
อย่างไรก็ตาม หูชั้นกลางอักเสบยังสามารถพบได้ในเด็กอายุน้อยกว่า 1 ปี ถึงร้อยละ 23
และเพิ่มเป็นร้อยละ 40 ในเด็กช่วงอายุ 4-5 ปี
เรียกได้ว่าเป็นโรคที่แฝงอยู่กับเด็กซึ่งภูมิคุ้มกันยังไม่แข็งแรงแถมพ่อแม่ก็ไม่มีความรู้เกี่ยวกับโรคนี้มากนัก
อาการเริ่มแรกของ หูชั้นกลางอักเสบ
มักต่อเนื่องมาจากอาการหวัดซึ่งเกิดขึ้นบ่อยกับเด็กเล็กในช่วงฤดูฝนต่อเนื่องถึงฤดูหนาว
เมื่อเป็นหวัดบ่อยๆ แก้วหู จะเริ่มมีปัญหา และนั่นจะเป็นช่วงเวลาที่หูชั้นกลาง เริ่มแผลงฤทธิ์ให้เห็น
นอกจากนี้ยังมีสาเหตุชักนำที่ทำให้เกิดการหูชั้นกลางอักเสบ อย่าง การติดเชื้อของทางเดินหายใจ,
การติดเชื้อแบคทีเรีย, การเลี้ยงลูกด้วยนมขวด หรือภาวะหวัดเรื้อรังจากภูมิแพ้
ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดจากการปล่อยปะละเลยของผู้ปกครองซึ่งเมิ้อลูกน้อยของคุณเป็นโรคหูชั้นกลางอักเสบ
จะเกิดอาการไข้สูง, ร้องกวน ,เบื่ออาหาร, คลื่นไส้อาเจียนและอาการที่ควรสังเกตเป็นพิเศษคือ ปวดหู หากปล่อยนานเกินไป
แก้วหูจะทะลุ มีหนองไหลออกมา แต่ความเจ็บปวดจะหายไปส่วนเด็กที่เป็นหูชั้นกลางอักเสบเรื้อรัง
มักจะไม่ค่อยมีอาการแสดงออกชัดเจน ยกเว้น หูอื้อ หรือมีการได้ยินลดลง
เมื่อตรวจดูจะพบว่าแก้วหูมีสีเหลืองหรือสีทึบกว่าปกติบางครั้งจะเห็น ฟองอากาศในหูชั้นกลางได้เลย
โดยแนวทางการรักษา หูชั้นกลางอักเสบแพทย์จะสั่งยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียตามภาวะการอักเสบของหู
และต้องทานยาจนกว่าจะครบกำหนด แม้จะหายแล้วก็ตามเพราะมีโอกาสที่โรคจะกลับมาเกิดใหม่ได้อีก
แต่หากลูกน้อยของคุณอาการไม่ดีขึ้นแพทย์อาจต้องพิจารณาหาสาเหตุของแหล่งการติดเชื้ออื่นในร่างกาย
และเปลี่ยนยาปฏิชีวนะตัวอื่นที่มีฤทธิ์ครอบคลุมเชื้อหรืออาจจะต้องเจาะแก้วหู ระบายหนอง เพื่อลดอาการปวดและนำหนองมาเพาะเชื้อต่อไป…

แม่และลูกการเลือกโรงเรียนให้ลูกปัญหาโลกแตกของพ่อกับแม่

พ่อกับแม่ย่อมอยากที่จะมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกเสมอ
และสิ่งที่มอบได้ดีที่สุดและเป็นสิ่งที่จะติดตัวลูกรักไปจนวันตายนั่นก็คือการศึกษา
ก้าวแรกของการศึกษาหลังจากที่ลูกได้รับการสอนเบื้องต้นมาจากพ่อแม่แล้ว นั่นก็คือโรงเรียนอนุบาล
ซึ่งเป็นปัญหาโลกแตกของพ่อแม่ทุกคนที่ต้องเลือกโรงเรียนให้ลูก ไม่ว่าจะเป็นแวนทางการสอนที่มีมากมายแตกต่างกันไป
ทั้งแบบที่ปล่อยให้เด็กเรียนรู้อย่างอิสระไม่ต้องสนใจการอ่านเขียนให้พัฒนาการอย่างเต็มที่
หรือโรงเรียนที่เน้นวิชาการเข้มๆตั้งแต่วินาทีแรก ลูกของคุณจะอ่านออกเขียนได้อย่างแน่นอน แต่ว่าเขาจะมีความสุขหรือไม่
ก็ไม่มีใครหรือ หรือไม่ว่าจะเป็นปัจจัยอย่างอื่นทั้งเรื่องของค่าเทอม
หรือว่าสถานที่ตั้งทำเลที่อยู่ห่างไกลจากบ้านมากน้อยแค่ไหน ก็เป็นอีกตัวเลือก
หากคุณเป็นคุณพ่อคุณที่กำลังเลือกมองหาโรงเรียนให้แก่ลูกๆแม่ลองอ่านบทความนี้ก่อนไหมก่อนที่จะตัดสินใจ
อันดับแรกอย่าลืมว่าลูกในวัยอนุบาลอายุประมาณ 3 ขวบเท่านั้นถือว่ายังเล็กมาก
โรงเรียนที่ไกลเกินไปจะส่งผลเสียกับเด็กมากกว่าผลดี แม้ว่าโรงเรียนนั้นจะดีสักแค่ไหนก็ตาม
เพราะยิ่งโรงเรียนไกลมากเท่าไหร่ก็จำเป็นต้องใช้เวลาเดินทางมากเท่านั้น โดยเฉพาะชีวิตสังคมเมืองในปัจจัย
เด็กอาจจะต้องตื่นก่อนที่ร่างกายเขาจะพร้อมตื่นตามปกติเพื่อที่จะแต่งตัวและเดินทางไปโรงเรียนพร้อมกับผู้ปกครอง
และถ้าโรงเรียนที่เลือกให้ลูกนั้นอยู่นอกเส้นทางการไปทำงานตามปกติก็ต้องเผื่อเวลาเพิ่มขึ้นไปอีก
จึงไม่ควรเลือกโรงเรียนไกลบ้าน คิดดูว่าจะน่าสงสารแค่ไหนหากลูกต้องมาร่วมผจญรถติดบนถนน ต้องออกจากบ้านแต่เช้า
กลับถึงบ้านก็เย็นก็เหนื่อยเกินไป
อย่าลืมเรื่องค่าใช้จ่ายเช่น ค่าเทอม แต่คุณพ่อคุณแม่ต้องศึกษาให้ละเอียดว่ามีค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่สำคัญอีกหรือเปล่า
เพราะหลายๆครั้งโรงเรียนจะเลี่ยงการเก็บค่าเทอมที่สูง โดยเก็บเป็นค่าอื่นๆ เช่น ค่าการใช้คอมพิวเตอร์ ค่ากิจกรรมพิเศษ
หรือแม้กระทั้งค่าแรกเข้า ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรจะขอเอกสารเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายทั้งหมด
และอาจจะต้องถามเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสินของสิ้นเปลืองที่ผู้ปกครอง ต้องรับผิดชอบ
และที่สำคัญที่สุดโรงเรียนอนุบาลที่ดี จะต้องมีสัดส่วนของสิ่งปลูกสร้างและสวนธรรมชาติที่สอดคล้องกัน
เพราะผมเชื่ออย่างหนึ่งว่า
เด็กอนุบาลจำเป็นต้องได้มีโอกาสสัมผัสดีหรือได้กลิ่นออกซิเจนจากต้นไม้ธรรมชาติมากกว่าการได้เรียนรู้แต่ในห้องแอร์นอก
จากนี้อีกสิ่งหนึ่งที่โรงเรียนอนุบาลควรมีคือสนามเด็กเล่นที่ แข็งแรง ปลอดภัยต่อเด็กด้วย
และถึงแม้ว่าโรงเรียนบางโรงเรียนจะมีสวนที่น่ารื่นรมย์หรือสนามเด็กเล่นที่ดีเยี่ยม แต่ก็ใช่ว่าสิ่งนั้นเด็กจะมีโอกาสได้ใช้
ดังนั้นเราควรมาสำรวจหรือสังเกตการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนด้วยว่า มีการให้เด็กได้เรียนรู้กลางแจ้งบางหรือไม่
หรือสิ่งเหล่านั้นแค่ไปเครื่องประดับเฉยๆ…

5 วิธีการดูแลทารกแรกเกิด

แน่นอนว่า เด็กวัยทารก แรกเกิดนั้น เป็นวัยที่ครอบครัว หรือคุณพ่อและแม่
ต้องดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษมากที่สุด พฤติกรรมหลักๆของเด็กวัยทารก
คงหนีไม่พ้น การนอหลับพักผ่อนและตื่นมาเพื่อกินแม่
อะไรคือสิ่งที่เราควรดูแลเป็นพิเศษมากที่สุด นี่คือ 5 ประการ ที่ต้องรู้ไว้
เริ่มจากการให้นมลูก แน่นอนว่าเด็กทารก
แทบจะทุกคนจะใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการนอนค่อนข้างมาก
จากนั้นพอตื่นขึ้นมาก็จะร้องกินนม ต่อด้วย นอนพักผ่อนต่อ เมื่อกินอิ่ม
สลับกันไปวนมาแบบนี้ทุกๆวัน โดยสำหรับคุณแม่นั้น ในระยะเด็กทารก 1 เดือน
ควรให้ปลุกให้ลูกน้อยตื่นขึ้นมาดูดนมทุกๆ 2-4 ชั่วโมง
ต่อมาเป็นการ อาบน้ำทารก สำคัญที่สุด เราควรใช้น้ำในอุณหภูมิที่เหมาะสม
ไม่เย็นจนหนาว หรือ ไม่ร้อนจนเกินไป ให้พออุ่นๆ
อีกอย่างควรใช้เวลาอาบไม่เกิน 5-7 นาที อาบวันละประมาณ 2 ครั้ง
รวมถึงไม่ควรอาบน้ำตอนกลางคืน หรือไม่ควรอาบน้ำทันทีหลังให้นมด้วย
อย่างที่ 3 เป็นการขับถ่ายของทารก
โดยเด็กวัยนี้นั้นจะมีการขับถ่ายบ่อยเป็นพิเศษ โดยเฉพาะหลังการกินนมแม่
ดังนั้นสิ่งที่สำคัญ คุณแม่หรือคนในครอบครัว ต้องรู้จักสังเกต
โดยทั่วไปแล้วถ้าทารกมีอาการงอแง อาจเป็นสัญญาณ
ไม่สบายตัวเพราะอึหรือฉี่มา ควรเปลี่ยนผ้าอ้อมให้เร็วที่สุด
และทำความสะอาดให้เรียบร้อย
ต่อด้วย การดูแลสะดือทารก โดยปกติทารกสะดือจะหลุดประมาณ 1-2 อาทิตย์
แต่ในกรณีที่เด็กยังสะดือไม่หลุด
ควรใช้สำลีชุบน้ำเปล่าหรือน้ำยาฆ่าเชื้อเช็ดเบา ๆ
รอบโคนสะดือจากด้านในออกด้านนอก วันละประมาณ 2 ครั้งเป็นอย่างน้อย
หลังจากสายสะดือหลุดแล้วดูแลทำความสะดือลูกต่อด้วยการเช็ดและทำให้แห้ง
ทุกครั้ง ที่สำคัญ ไม่ควรใช้แป้ง
หรือยาโรยสะดือทุกชนิดเพราะจะทำให้สะดือดูเหมือนแห้งแต่ระหว่างรอยต่ออาจจะยังแฉะอยู่ และอาจส่งผลให้เกิดการติดเชื้อได้
ปิดท้ายกันที่ การทำความสะอาดเสื้อผ้าทารก
เป็นหนึ่งในสิ่งที่เราต้องให้ความสำคัญมากที่สุด ยกตัวอย่าง
การแยกผ้าที่สกปรกมากออกแยกเสื้อผ้าของลูกที่เลอะอุจจาระหรือปัสสาวะออกและทำความสะอาดก่อนนำไปซักรวมกับเสื้อผ้าตัวอื่นๆ…

แม่และเด็ก.เวลาท้องยามว่างว่าที่คุณเเม่ควรทำอะไร

การที่จะเป็นคุณเเม่ต้องมีความรับผิดชอบอย่างมาก
ไหนจะท้องลูกน้อยเเล้ว
ไหนจะทำงานประจำที่บางคนต้องทำงานในเวลาท้อง
หรือการทำงานบ้านที่ขาดไม่ได้อีกด้วย เเละหากว่างละ
เเบบว่าได้พักผ่อน
คุณเเม่ควรจะใช้เวลาพักผ่อนทำอะไรให้ลูกน้อนได้ประโยชน์ด้วย
อันดับเเรกเลยคือการนอน
หากมีเวลาว่างเเล้วคุณเเม่ทั้งหลายควรจะพักผ่อนด้วยการนอน
เพราะเป็นการพักผ่อนที่ดีที่สุด
เราได้นอนเเล้วลูกน้อยในท้องก็จะได้หลับตามเราด้วย
ซึ่งคุณเเม่ควรที่จะนอนให้เพียงพอ
ไม่ปล่อยให้ตัวเองเหนื่อยมากเกิดไปอาจจะส่งผลกระทบต่อลูกน้อยได้
จำเอาไว้ว่าถ้าหากมีเวลาเเล้วขอให้นอนพักเพื่อสุขภาพที่ดีของตัวเอง
สิ่งที่คุณเเม่ต้องทำในยามพักผ่อนคือการหาหนังสือ
ที่ชอบมานั่งอ่านเพื่อความผ่อนคลายเเละได้ความรู้ด้วย
หนังสือมีประโยชน์ต่อทุกคนหากได้อ่านหนังสือที่ตัวเองชอบเเล้วจะมีความเพลินเเละจะอ่านเเล้วไม่มีเบื่อ
เเละอาจจะเป็นการอ่านให้ลูกในท้องได้ฟังด้วย
มันเป็นโมเม้นที่ดีอย่างมากเราฝึกพูดกับลูกของเรา
เมื่อออกมาเเล้วก็จะได้ชินกับการพูดคุยกับลูกน้อยผ่านตัวหนังสือ
เเละเหมือนเรามีเพื่อนในการรับฟังในการอ่านของเราเชื่อว่าเเม่ทุกคนจะชอบโมเม้นเเบบนี้อย่างเเน่นอน
การไปช้อปปิ้ง
เรื่องสำคัญของผู้หญิงนั้นคือการได้ไปช้อปปิ้งในสิ่งที่ตัวเองชอบ
เเละหากเวลาว่าง คนที่จะเป็นเเม่ก็น่าจะเดินเล่นช้อปปิ้งบ้าง
เพื่อเป็นการผ่อนคลายให้กับตัวเอง ไม่ว่าจะไปซื้อของที่ตัวเองชอบ
ของลูกน้อยที่จะเตรียมใช้หรือ
ของใช้ในบ้านที่ขาดอยู่การได้เดินดูโน้นดูนี้จะเป็นการผ่อนคลายจากควา
มเครียดเชื่อว่าจะช่วยได้เยอะเเน่
การไปเที่ยวชมธรรมชาติ การที่คนท้องนั้นอยู่เเต่ในบ้านอาจจะเบื่อก็ได้
เเละหากได้ไปเที่ยวข้างนอกบ้างก็ยิ่งดี เอาที่ไปง่าย ไม่ว่าจะเป็นทะเล
หรือไปนั่งกินอะไรริมเเม่น้ำ เเต่อย่าไปภูเขา
เด็ดขาดเพราะจะเดินลำบากอาจจะเกิดการหกล้มได้จะไม่ดีเเก้ลูกของเรา
ให้ไปในที่ๆ มีอากาศผ่อนคล้าย
เเละไปเเล้วคนไม่เยอะไม่ต้องไปเบียดกับใคร
ซึ่งน่าจะเป็นการพักผ่อนที่ยอดเยี่ยมไปเลย
เเละนี้คือทั้งหมดของการพักผ่อนในเวลาว่างของคนที่จะท้อง
เราต้องหาเวลาเพื่อการทำให้ตัวเองดูไม่เครียดเเละเป็นประโยชน์ต่อลูกข
องเราด้วย ใครที่ชอบเเบบไหนก็นำไปทำตามกันได้เลยเชื่อว่า
คนที่จะเป็นเเม่ทุกคนต้องการที่จะให้ลูกน้อยของคุณได้เกิดมาเเข็งเเรง
เเละยามว่างนั้นเเหละจะช่วยให้คุณเสริมสร้างให้ลูกของคุณออกมาได้เป็น
เด็กที่สดชื่นตามที่กิจกรรมที่คุณทำมา…