แม่และเด็ก

7 นาทีพาแม่ออกกำลังกาย ด้วยวิธีง่ายแสนง่าย

หุ่นดีใครๆก็อยากมีแต่ติดตรงที่ปัจจัยหลายๆอย่างของชีวิตคนเมืองที่ต้องเร่งรีบตลอดเวลา
วันนี้เราจะมาแนะนำว่าวิธีออกกำลังกายที่ง่ายและสะดวกใช้เวลาแค่ 7 นาทีมาฝาก
เพื่อนให้หนุ่มๆที่ไม่มีเวลาทั้งหลายได้ฟิตหุ่นและสร้างสุขภาพที่ดีให้กับตัวเอง Chris Jordan
ผู้อำนวยการด้าน Exercise Physiology แห่ง Human Performance Institute in Orlando กล่าวว่า
มีหลักฐานที่พิสูจน์ว่าการออกกำลังกายอย่างหนักหน่วงจริงจังในช่วงระยะเวลา 7 นาทีนี้
ช่วยให้ประโยชน์กับร่างกายได้มาก โดยใช้เวลาเพียงน้อยนิดมาดูวิธีการออกกำลังกาย 7
นาทีดีกว่าว่าต้องทำอย่างไรบ้าง
1. Jumping Jacks – กระโดดตบขึ้นลง 30 วินาที
2. Wall Sit – ย่อตัวทำท่านั่งเก้าอี้อากาศขึ้นลง 30 วินาที
3. Push-up – ดันพื้นหรือวิดพื้นขึ้นลง 30 วินาที
4. Abdominal Crunch – ซิตอัพขึ้นลง 30 วินาที
5. Step-up onto Chair – ก้าวขึ้นลงเก้าอี้ 30 วินาที
6. Squat – ย่อตัวลงในท่ากระโดดไกลขึ้นลง 30 วินาที
7. Triceps Dip on Chair – ดันข้อขึ้นลงบนเก้าอี้ 30 วินาที
8. Plank – ดันข้อขึ้นลงกับพื้นในลักษณะนอนราบคว่ำหน้า งอข้อศอก 30 วินาที
9. High Knees Running in Place – ยกเข่าในท่าวิ่งสูง ขึ้นลงสลับ 30 วินาที
10. Lunge – ย่อเข่าสลับขาขึ้นลง 30 วินาที
11. Push-up and Rotation – ดันพื้นหันข้าง สลับด้านซ้ายขวาโดยใช้มือเดียวยันพื้น 30 วินาที
12. Side Plank – ดันพื้นค้างไว้ หันข้างลำตัว สลับด้านโดยให้ข้อศอกงอ 30 วินาที
อย่างไรก็ตาม การออกกำลังกายแบบนี้ต้องอาศัยความจริงจัง ต่อเนื่อง และออกแรงเต็มที่
ไม่อย่างนั้นผลที่ได้ก็จะไม่ได้ตามที่คุณต้องการ การออกกำลังกาย 7 นาทีหากคุณมีความพยายาม
ฝันก็คงไม่ไกลเกินเอื้อมแล้วล่ะ!…

แม่และเด็ก

โรคไตในเด็ก ภัยร้ายที่ไม่ควรมองข้าม

เรามักเข้าใจผิดว่า โรคไตจะเกิดขึ้นกับผู้ใหญ่หรือผู้สูงอายุเท่านั้น ทั้งที่ความเป็นจริง โรคไต
เป็นโรคที่พบได้ทุกช่วงวัย โดยเฉพาะในเด็กเล็กหรือเด็กแรกเกิดที่มีโอกาสเป็นโรคไตได้เช่นกัน
และมันคงไม่ดีแน่หากปล่อยให้ลุกลามใหญ่โตดังนั้น โปรดเข้าใจเสียใหม่ว่าใครก็เป็นโรคไตได้
แม้สาเหตุหลักของ โรคไต มาจากการรับประทานอาหารในปริมาณมากเกินไป
หรือรับประทานอาหารในสัดส่วนที่ไม่เหมาะสมจนส่งผลให้ไตทำงานหนัก
เพราะสำหรับเด็กเล็กแล้ว โรคไต อาจมาจากสาเหตุอื่นๆ อาทิเช่น
ความผิดปกติของโครงสร้างไตและระบบทางเดินปัสสาวะตั้งแต่กำเนิด, ภาวะเนื้อไตผิดปกติ,
ภาวะไตอักเสบจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่ลำคอหรือผิวหนัง,พันธุกรรม และ โรคเอสแอลอี เป็นต้น
โดยลักษณะอาการของผู้ที่ป่วยเป็นโรคไตจะปัสสาวะผิดปกติ เช่น เป็นฟอง สีแดงหรือสีเหมือนน้ำล้างเนื้อ
ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะแสบขัด ปัสสาวะออกกระปริบกระปรอยบางรายจะออกมากหรือน้อยกว่าปกติ
เช่นเดียวกับอาการบวมตามใบหน้า หนังตา ขา หรือบวมทั่วตัว และอาการอื่นๆ เช่น ซีด เหนื่อยง่าย หรือตัวเล็ก
ซึ่งอาการของเด็กแต่ละคนอาจแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับชนิดของโรคไตด้วย
แต่โดยรวมจะมีอาการดังที่บอกข้างต้น อย่างไรก็ตาม หากคุณพ่อคุณแม่พบเห็นสัญญาณเพิ่มเติม
อาทิเช่น เป็นไข้สูง ปัสสาวะขัด หรือ ปวดท้องน้อย
ควรรีบพาเด็กไปพบแพทย์
เพื่อเข้าสู่กระบวนการรักษาที่ถูกต้องโดยทันทีถ้าปล่อยทิ้งไว้หรือไม่ได้รับการรักษาที่ทันท่วงที
เด็กอาจเข้าสู่ภาวะไตวายเรื้อรัง ทำให้เด็กเจริญเติบโตช้าส่วนวิธีการป้องกันก็ไม่ยากเย็นอะไร
เพราะโรคไตหลายชนิดสามารถป้องกันได้ด้วยการลดปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เช่น
ไม่กลั้นปัสสาวะ ควบคุมน้ำหนัก เลี่ยงอาหารเค็มจัดหรือหวานจัด
และหากพบสัญญาณบ่งบอกว่าเด็กอาจเป็นโรคไตขณะเดียวกันคุณพ่อคุณแม่ก็ควรสังเกตอาการของลูกน้อย
หากพบความผิดปกติหรือลักษณะอาการของโรคไตควรรีบพาไปพบแพทย์ เพื่อตรวจวินิจฉัย
และแก้ไขสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคไตทันทีอย่าปล่อยไว้เรื้อรังเด็ดขาด
ขณะเดียวกันก็ควรรักษาสุขอนามัยในการถ่ายปัสสาวะทำความสะอาดทุกครั้งหลังปัสสาวะ ไม่กลั้นปัสสาวะ
ดื่มน้ำให้เพียงพอ และไม่ควรซื้อยากินเองเนื่องจากโรคไตมีหลายชนิด
และยารักษาโรคเองก็มีหลากหลายสรรพคุณซึ่งอาจมีผลกระทบกับไตของเด็ก
เช่นเดียวกับการรักษาสุขภาพ
หากิจกรรมให้ลูกน้อยได้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
พร้อมทั้งฝึกวินัยการกินอาหารที่มีประโยชน์ควบคู่ไปด้วย
และอย่าให้ร่างกายขาดน้ำ เพราะจะส่งผลให้ไตทำงานหนักนั่นเอง
หากคิดว่าร่างกายขาดน้ำ ให้ดื่มเกลือแร่ทดแทนทันที…

แม่และเด็ก

วิธีล้างจมูก และดูดน้ำมูกให้หายใจโล่งสบาย

ช่วงอากาศเปลี่ยนแปลงปลายฝนต้นหนาว เด็ก ๆ มักจะป่วยได้ง่าย เป็นหวัด หายใจฟืดฟาด
ดังนั้นการล้างจมูกด้วยน้ำเกลือจะช่วยทำความสะอาดโพรงจมูก
ลดการสะสมของเชื้อโรค การล้างจมูกสามารถทำได้ทุกวัน
โดยผู้ปกครองระวังเรื่องแรงดันที่มากเกินไปขณะที่ฉีดน้ำเกลือล้าง
ดังนั้นวิธีการในการล้างจมูกมีข้อควรระวังและวิธีการสำหรับแต่ละวัย
ซึ่งสามารถล้างได้ตั้งแต่ช่วงทารก
การล้างจมูก กำจัดน้ำมูกในทารก มีด้วยกัน หลากหลายวิธี
ตามปริมาณน้ำมูก และอายุของทารก ได้แก่
1. การหยอดน้ำเกลือ ทำได้โดยหยอดน้ำเกลือ (Normal saline) เข้าไปในรูจมูก
ข้างละ 2-3 หยด เพื่อให้น้ำมูกที่เหนียวข้นและแห้งติดจมูกอ่อนตัวลง
ไม่แห้งกรัง เหมาะกับเด็กเล็กที่มีปริมาณน้ำมูกไม่มาก
โดยหลังจากหยอดน้ำเกลือแล้ว หากมีปริมาณน้ำมูกน้อยควรเช็ดจมูก
เอาน้ำมูกออกด้วยไม้พันสำลี แต่หากมีปริมาณน้ำมูกมาก ควรดูดน้ำมูกออก
ด้วยลูกยางแดงหรือเครื่องดูดต่อกับอุปกรณ์ดูดน้ำมูก
2. การพ่นจมูก เป็นการกำจัดน้ำมูก โดยใช้อุปกรณ์พ่นน้ำเกลือแบบสเปรย์
เหมาะกับเด็กเล็กที่มีปริมาณน้ำมูกน้อย ไม่เหนียวข้นมาก
มีข้อดีคือสามารถพกพาไปในที่ต่างได้สะดวก
3. การล้างจมูกด้วยกระบอกฉีดยา
เป็นการล้างจมูกที่สามารถทำได้โดยใช้น้ำเกลือ
จึงเหมาะกับการกำจัดน้ำมูกปริมาณมากที่ติดอยู่ในโพรงจมูก
แบ่งตามอายุได้ดังนี้คือ
เด็กทารกอายุน้อยกว่า 6 เดือน หรือมากกว่า 6 เดือนแต่ไม่ร่วมมือในการล้าง
มีขั้นตอนดังนี้
– ให้เด็กนอนในท่าศีรษะสูง เพื่อป้องกันการสำลัก
– สอดปลายกระบอกฉีดยาเข้าไปในรูจมูกข้างที่จะล้าง
โดยให้ปลายกระบอกฉีดยาชิดด้านบนรูจมูก
ค่อย ๆ ฉีดน้ำเกลือเข้าไปในจมูกครั้งละประมาณ 1-5 CC
หรือปริมาณมากที่สุดเท่าที่เด็กจะทนได้
– ใช้ลูกยางแดงดูดน้ำมูกในจมูกออก
สำหรับเด็กทารกอายุมากกว่า 6 เดือน ที่เคยล้างจมูกมาก่อน
สามารถให้ความร่วมมือได้ดี มีขั้นตอนดังนี้
– ให้เด็กอยู่ในท่านั่ง ก้มหน้าเล็กน้อย
– สอดปลายกระบอกฉีดยาเข้าไปในรูจมูก
– ฉีดน้ำเกลือเข้าไปในจมูกครั้งละประมาณ 1-5 CC
หรือปริมาณมากที่สุดเท่าที่เด็กจะทนได้
จนน้ำเกลือและน้ำมูกไหลออกมาทางจมูกอีกข้างหนึ่ง
– ล้างซ้ำได้หลาย ๆ ครั้ง จนไม่มีน้ำมูกออกมา
หมายเหตุ:
หากสวมจุกล้างจมูกไว้ที่ปลายกระบอกฉีดยา
ก็จะสามารถเพื่อป้องกันปลายกระบอกฉีดยาทิ่มที่ผนังกั้นจมูกได้ ทำให้ล้างจมูกได้ง่ายขึ้น
การล้างจมูกด้วยขวดบีบขนาดใหญ่ ไม่แนะนำให้ใช้กับเด็กทารก เพราะมีแรงดัน และปริมาณน้ำเกลือเยอะ
อาจสำลักได้ง่าย
การล้างจมูกเด็กเล็กวัยทารก ควรใช้กระบอกฉีดยาขนาดเล็กไม่เกิน 5 CC ปริมาณน้ำเกลือน้อย
เว้นช่วงให้เด็กหายใจ เพื่อป้องกันไม่ให้สำลัก…

แม่และเด็ก

เตรียมรับมือให้ดีสำหรับคุณแม่หลังคลอด

คุณแม่ หลังคลอด อาจจะยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำไปว่า
ร่างกายจะต้องเปลี่ยนแปลงไปยังไงบ้างหลังคลอดลูกแล้ว ก็อย่างที่รู้ๆ
กันนั่นแหละว่า การตั้งครรภ์มีผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจของเราขนาดไหน
ฉะนั้น ถ้าคุณเพิ่งจะคลอดบุตรได้ไม่นาน
ก็เตรียมตัวพบกับความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายพวกนี้เอาไว้ได้เลย
หนาวสั่น
อาการหนาวสั่นจะเกิดขึ้นได้ทันทีหลังคลอด
และอาจเกิดขึ้นในช่วงเปลี่ยนผ่านของการคลอดในระยะต่างๆ
ซึ่งผู้หญิงบางคนอาจสังเกตเห็นหัวเข่าสั่นอย่างเอาเป็นเอาตายหลังคลอดลูกคนแรกออกมา
และรู้สึกหนาวสะท้านมากๆ ในช่วงที่พยาบาลผดุงครรภ์กำลังเย็บแผลให้
ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะฮอร์โมนการตั้งครรภ์
ซึ่งเป็นฮอร์ที่ทำการสะสมน้ำเอาไว้ร่างกาย เพื่อคอยทดแทนการเสียเลือด
ที่เคยมีอย่างมากมายก่อนหน้านี้ จะลดลงอย่างรวดเร็ว
จึงทำให้คุณแม่เกิดอาการหนาวสั่น หลังคลอดประมาณ 2-3 วัน
หรืออย่างช้าก็ไม่เกิน 6 สัปดาห์
เหงื่อออกมาก
นี่เป็นวิธีที่ร่างกายระบายของเหลว ที่เกิดจากการตั้งครรภ์ออกจากร่างกาย
ซึ่งอาจมีของเหลไหลออกมาจากเต้านมของคุณด้วย
นอกจากนี้ยังอาจมีอาการเลือดออกหลังคลอดต่อไปอีกประมาณ 6 สัปดาห์ด้วย
โดยปกติแล้ว อาการปัสสาวะเล็ด อาการเหงื่อออกในตอนกลางคืน
และการที่ต้องคอยดูแลลูกน้อย ที่มักจะฉี่ออกมาบ่อยๆ
จะทำให้คุณต้องตื่นขึ้นมาแบบตัวแฉะไปประมาณสองสัปดาห์ ฉะนั้น
เตรียมผ้ากันเปียกที่นอนเอาไว้ซะ การใช้ผ้าขนหนูหลายๆ
ผืนปูนอนก็อาจช่วยคุณได้เหมือนกัน
ความเจ็บปวดหลังคลอด
อาการเจ็บปวดหลังคลอด มักเกิดจากการบีบรัดตัวของมดลูก
ให้กลับไปอยู่ในขนาดปกติ และอาการเจ็บปวดจะยิ่งรุนแรงขึ้น
ถ้าคุณคลอดบุตรหลายครั้ง
นอกจากนี้คุณอาจรู้สึกเจ็บปวดอย่างมากในขณะให้นมลูก ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ
อาการเจ็บปวดแบบนี้จะเกิดขึ้นประมาณ 5-7 วัน แต่มีรายงานว่า
ผู้หญิงบางคนที่มีลูกเยอะๆ จะมีอาการเจ็บปวดหลังคลอด
จากการคลอดลูกคนที่สาม คนที่สี่ หรือคนที่ห้า
จะมีความเจ็บปวดรุนแรงยิ่งกว่าตอนเจ็บท้องก่อนคลอดซะอีกนะ ฉะนั้น
คุณแม่ลูกดกทั้งหลาย ก็ควรเตรียมตัวพบกับความเจ็บปวดเช่นนี้เอาไว้ด้วย
ปัสสาวะเล็ด
คุณแม่หลังคลอดมักจะมีอาการปัสสาวะเล็ด หรือปัสสาวะรดกางเกงได้บ่อยๆ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลากระโดดเชือก หรือแม้แต่เวลาเดินขึ้นบันได
สาเหตุก็เกิดจากแรงกดของกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน
ในระหว่างการอุ้มท้องและการคลอดบุตร เกิดความอ่อนแอลง
ทำให้ร่างกายควบคุมกระเพาะปัสสาวะได้ยาก
ถึงแม้ว่าอาการเช่นนี้มักจะขึ้นกับคุณแม่ที่คลอดเองตามธรรมชาติ
แต่คุณแม่ที่ใช้วิธีผ่าตัดคลอด ก็มีโอกาสจะมีอาการแบบนี้ได้เหมือนกัน
โชคดีที่อาการแบบนี้จะหายไปเอง หลังคลอดสองสามสัปดาห์
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ออกกำลังกาย
เพื่อให้กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานมีความแข็งแรงขึ้น ทั้งในช่วงก่อนและหลังคลอด
เพื่อช่วยลดปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะปัสสาวะหลังคลอด
รอยแตกลายอาจจะอยู่แบบถาวร
ในช่วงที่ตั้งครรภ์อยู่ คุณแม่หลายคนจะสังเกตเห็นว่า
มีรอยแตกลายเกิดขึ้นบริเวณท้อง บั้นท้าย เต้านม และต้นขา
และถึงแม้ว่ารอยแตกลายพวกนั้น จะดูลดเลือนลงหลังคลอด
แต่รอยแตกลายพวกนั้นก็จะไม่หายไป
ซึ่งปัญหานี้ทำให้ผู้หญิงส่วนใหญ่ทำใจไม่ค่อยได้ แต่ไม่ว่าคุณจะรู้สึกยังไง
ก็ไม่มีทางที่จะลบรอยแตกลายพวกนั้นได้ ทางที่ดีคุณจึงควรทำใจยอมรับมันซะ
มองรอยแตกลายนั้นให้เป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จอย่างหนึ่งในชีวิตก็แล้วกันนะ
มีอาการริดสีดวง
ก็เหมือนกับที่การตั้งครรภ์ส่งผลต่อกระเพาะปัสสาวะ
จนทำให้คุณรู้สึกไม่สบายตัวนั่นแหละ อาการเช่นนั้นก็อาจเกิดขึ้นกับทวารหนัก
และทำให้เกิดปัญหาริดสีดวงขึ้นมาได้ด้วย
ถึงแม้คุณจะไม่รู้สึกถ้ามีริดสีดวงเกิดขึ้นภายใน
แต่คุณอาจสังเกตเห็นริดสีดวงที่เกิดขึ้นภายนอกได้ เวลาที่คุณใช้กระดาษชำระ
หรือตอนถ่ายอุจจาระ ถ้าอาการริดสีดวงทำให้คุณรู้สึกเจ็บ
ก็อย่าลังเลที่จะไปพบคุณหมอ
ซึ่งคุณหมอจะแนะนำการรักษาที่จะช่วยให้คุณคลายความเจ็บปวดลงได้
มีอาการท้องผูก
ฮอร์โมนการตั้งครรภ์ อาจทำให้ระบบทางเดินอาการทำงานช้าลง
ส่งผลให้คุณแม่หลังคลอดมีอาการท้องผูกได้
ซึ่งถ้าคุณแม่คนนั้นมีปัญหาริดสีดวงด้วยล่ะก็
ยิ่งจะต้องพบกับความลำบากในการขับถ่าย
เนื่องจากการเบ่งอุจจาระจะยิ่งทำให้เจ็บปวดเข้าไปกันใหญ่
แต่คุณสามารถบรรเทาอาการท้องผูกลงได้ ด้วยการใช้ยาที่ทำให้อุจจาระนิ่ม
และอย่าลืมกินอาการที่มีกากใยเยอะๆ ด้วย
ซึ่งจะช่วยให้การขับถ่ายเป็นไปได้ง่ายขึ้น คุณควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภทแป้งๆ
เพราะจะทำให้ถ่ายลำบากได้…

Newborn baby in a basket with towels

วิธีดูแลเสื้อผ้ายามฤดูฝนไร้ที่ตากแดด

เสื้อผ้าชุดกีฬา หรือแม้กระทั่งเสื้อฟุตบอลราคาแต่ละตัวค่อนข้างสูง
ถ้าไม่ดูแลรักษาเสื้อผ้ากีฬาอย่างถูกวิธี คุณภาพจะดร็อปลงและเก่าง่าย
ถ้าอยากให้ ‘ชุดกีฬา’ ที่เราสวมใส หรือซื้อมาสะสมไว้อยู่กับเราไปนานๆ
และยังคงความใหม่ คุณภาพดีแม้ใช้งานมานานแล้วก็ตาม
ลองไปดูคำแนะนำเรื่องการดูแลรักษา ‘ชุดกีฬา’
อย่างถูกวิธีเหล่านี้ที่เรานำมาฝากกัน
การซัก
ห้ามนำเสื้อผ้าชุดกีฬาทุกชนิดลงปั่นในเครื่องซักผ้าเด็ดขาด
เพราะจะทำให้เสื้อยืดย้วย ไม่ควรซักรวมกับเสื้อผ้าสีชนิดอื่น อาจเกิดสีตกได้
หากต้องแช่ผ้ากับผงซักฟอก ควรจำกัดเวลาแช่แค่ 10-15 นาที
และหลีกเลี่ยงการใช้น้ำยากำจัดคราบ
เพราะสารในน้ำยาทำความสะอาดมีส่วนผสมของโซดาไฟ ทำให้กัดเสื้อผ้าได้
ถ้ามีคราบสกปรกมาก ให้เอามือเตะสบู่ มาป้ายที่ชุดกีฬาแล้วขยี้เบาๆ
หรือเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับทำความสะอาดชุดกีฬาแทน
นอกจากนี้แล้วควรซักด้วยน้ำอุณภูมิปกติ ไม่ซักด้วยน้ำร้อนหรือน้ำอุ่น
และห้ามใส่น้ำยาปรับผ้านุ่ม เพราะจะทำให้ Texture จะเส้นใยเสื่อมสภาพไว
หรือให้ดูที่ป้ายเสื้อจะมีบอกอยู่ เช่น ซักมือ ห้ามบิด เป็นต้น
การตาก
ไม่ควรนำเสื้อผ้า ชุดกีฬา ไปตากบริเวณที่แสงแดดตกกระทบโดยตรง
เพราะจะทำให้สีซีด ตัวสกรีนต่างๆ ก็จะหลุดลอกง่าย
อีกทั้งเสื้อผ้าที่มียางยืดก็จะเสื่อมคุณภาพเร็วอย่างชุดว่ายน้ำเป็นต้น
ให้ตากบริเวณที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก ลมโกรก ห้ามอบแห้งหรือเข้าเครื่องปั่นแห้ง
ก่อนตากให้บิดเบาๆ และสลัดผ้า เพราะเมื่อตอนแห้งเสื้อผ้า ชุดกีฬา จะคงรูปไม่ยับ
การรีด
ถ้าไม่จำเป็นไม่ควรรีดเสื้อผ้า ชุดกีฬา แต่ละชนิด
เพราะเส้นใยในเสื้อผ้ากีฬาไม่เหมาะกับการโดยความร้อน
แต่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ให้ใช้ไฟเบาที่สุด รีดทับเบาๆ หรือใช้เตารีดไอน้ำแทน มีอีก 2วิธี คือ ให้ใช้ของหนักทับแทน
หรือถ้าจะรีดให้ใช้ผ้าวางทับก่อนรีดลงไปบนชุดกีฬา
การเก็บ
ไม่ควรพับเสื้อ ควรแขวนเสื้อไว้กับไม้แขวน เพราะจะทำให้ชื่อหรือเบอร์บนเสื้อผ้า
ชุดกีฬา เป็นรอยได้ หากต้องพับเสื้อผ้ากีฬาที่มีเฟล็ก (ลายสกรีน)
ให้ใช้กระดาษไขวางกั้นระหว่างเฟล็ก แล้วเก็บพับใส่ถุงหรือตู้
ถ้าเป็นชุดว่ายน้ำให้ใส่ถุงซิปล็อคแล้วนำไปแช่ในตู้เย็น
เพื่อรักษาคุณภาพและยางตามขอบชุดว่ายน้ำ…

แม่และเด็ก

โรคหัดในเด็ก ภัยร้ายที่มาพร้อมหน้าหนาว

เข้าสู่ช่วงปลายฝนต้นหนาวบรรดาคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกน้อยยังต้องคอยระวังกันต่อเนื่อง
เพราะช่วงเวลานี้ยังถือเป็นช่วงเวลาที่อันตรายสำหรับลูกน้อยจากบรรดาเชื้อไวรัสต่างๆ
ที่บางรายร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตเลยทีเดียวหนึ่งในโรคที่อันตรายที่สุดในฤดูฝน ย่อมหนีไม่พ้น “หัด”
โรคร้ายที่ไม่สามารถทำเป็นหัดเล่นๆ ได้เพราะถือเป็นหนึ่งในสาเหตุของการเสียชีวิตของเด็กเล็ก
และสามารถแพร่ระบาดได้ทุกฤดูกาล แต่รุนแรงในช่วงฤดูหนาว
แล้ว “หัด” คืออะไร? หัด คือ โรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจผู้ป่วยจะเกิดผื่นขึ้นตามผิวหนังพร้อมเป็นไข้ร่วมด้วย
เกิดจากเชื้อไวรัสกลุ่มพารามิคโซไวรัสสามารถแพร่เชื้อและติดต่อกันได้ผ่านทางอากาศหรือการสัมผัสน้ำ
มูกน้ำลายของผู้ป่วยโดยตรงโดยเชื้อไวรัสจะเข้ามาทางระบบทางเดินหายใจ
ก่อนแพร่กระจายไปทั่วร่างกาย โรคหัดถือเป็นโรคติดต่อจากคนสู่คน
โดยไม่พบการแพร่เชื้อดังกล่าวในสัตว์ ส่วนใหญ่มักเกิดในเด็กเล็ก
รวมทั้งเป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตของเด็กแม้จะมีวัคซีนฉีดป้องกันโรคแล้วก็ตาม
ทั่วไปแล้ว อาการของโรคหัดจะเกิดขึ้นหลังจากได้รับเชื้อไปแล้ว 14 วัน
ซึ่งลูกน้อยของคุณจะมีอาการเป็นไข้ตัวร้อนในระยะเริ่มแรก
มาพร้อมอาการน้ำมูกไหล ไอบ่อย เจ็บคอ ตาเยิ้มแดงและมีตุ่มคอพลิค หรือตุ่มแดงที่มีสีขาวเล็กๆ
ตรงกลางขึ้นในกระพุ้งแก้มจากนั้นเมื่อลูกน้อยออกอาการได้ 3-5 วัน
ลูกน้อยจะเริ่มมีผื่นขึ้นตามร่างกาย ซึ่งคล้ายผื่นคันตามผิวหนัง
โดยจะเริ่มขึ้นเป็นจุดบนหน้าผากก่อนแล้วค่อยแพร่กระจายมาที่ใบหน้า ลำคอ มือ และเท้า
แต่จะหายไปเองหลังผ่าน 3-5 วันอย่างไรก็ตาม แม้ โรคหัด
จะสามารถรักษาให้หายเองได้ภายใน 2 สัปดาห์ หากดื่มน้ำวันละ
6-8 แก้ว พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อเสริมภูมิคุ้มกันร่างกาย
อยู่ในที่แห้งอุณหภูมิพอเหมาะ เพื่อลดอาการไอบ่อยและเจ็บคอ
และอาจให้วิตามินเอ เสริมให้กับร่างกายแต่ในความเป็นจริงแล้ว
เรายังไม่มีตัวยาหรือวิธีทางการแพทย์ที่ได้รับการระบุว่าสาม
ารถรักษาและกำจัดเชื้อไวรัสของโรคหัดได้อย่างเฉพาะเจาะจง
ดังนั้น ควรป้องกันลูกน้อยตั้งแต่เนิ่นๆด้วยการฉีดวัคซีนป้องกันโรค
ยิ่งในเด็กเล็กที่มีร่างกายอ่อนแอ
ยิ่งมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆ
จากการเป็นแค่โรคหัด อาทิเช่น ท้องเสีย อาเจียน
หูชั้นกลางติดเชื้อ ติดเชื้อที่ตา ตาแดง กล่องเสียงอักเสบ ปอดบวม
หลอดลมอักเสบ หรือกลุ่มโรคที่เกี่ยวกับทางเดินหายใจอักเสบ
แถมบางรายที่หนักกว่าอาจจะถึงขั้นพบโรคร้ายแรงอย่าง
ไวรัสตับอักเสบ ตาเหล่ ตาบอด เยื่อหุ้มสมองอักเสบ
ปัญหาเกี่ยวกับหัวใจและระบบประสาท
รวมถึงภาวะแทรกซ้อนที่ทำให้สมองเกิดความผิดปกติด้วย
จึงเป็นอีกหนึ่งโรคที่ประมาทไม่ได้เลย…

แม่และเด็ก

การเลือกซื้อของใช้สำคัญเตรียมไว้ให้ลูกก่อนคลอด

เมื่อว่าที่คุณเเม่ตั้งครรภ์เป็นอะไรที่มีความสุขอย่างมาก
เพราะจะได้เป็นเเม่คนจะได้มีลูกน้อยที่น่ารักมาเป็นทายาทให้กับครอบครัวเพื่อการเติมเต็มให้ครอบครัวสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น
ซึ่งเวลาตั้งท้องนั้นคุณเเม่ต้องมีความระมัดระวังอย่างมากเพื่อให้ลูกออกมาเเข็งเเรงสมบูรณ์ซึ่งต้องรับประทาน
อาหารที่มีประโยชน์เพื่อลูกน้อยในท้องจะได้รับสารอาหารด้วย
อีกอย่างหนึ่งที่คุณเเม่จะต้องทำนั้นก็คือการเตรียมความพร้อมในการเลี้ยงลูกของคุณเมื่อคลอดออกมาเเล้วเเละ
สิ่งของเครื่องใช้สำหรับเด็กต้องเตรียมไว้ให้ครบเพื่อการดูเเลลูกของคุณให้ดีที่สุด
เเละมาดูกันว่าอะไรบ้างที่ต้องเตรียมเพื่อจะดูเเลลูกของคุณเมื่อได้มองตาดูโลกใบนี้
อย่างเเรกนั้นก็คิอเสื้อผ้าเเละผ้าอ้อมเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากสำหรับลูกน้อยที่คลอดออกมาของมันต้องใช้ซึ่งจะขาดไม่ได้เลย
จะต้องเป็นผ้าที่นุ่มเลือกเนื้อผ้าดีดีไม่ให้ระคอยผิวบางๆของลูกคุณซึ่งสามารถหาซื้อได้ตามห้างหรือร้านเสื้อผ้าทั่วไป
คุณพ่อเเม่ต้องเตรียมผ้าอ้อมเอาไว้ให้เยอะๆเพื่อมาดูเเลลูกน้อยเผื่อว่าเวลาซักเเล้วเเห่งไม่ทันจะลำบากเสื้อผ้าเด็ก
ก็เช่นเดียวกันต้องเตรียมให้มีความพอดีสำหรับให้ลูกของคุรได้สวมใส่
สิ่งต่อมาที่ต้องเตรียมไว้คือขวดนมเเละจุกนมสิ่งนี้ขาดไม่ได้เลยเพราะเป็นของที่ต้องใช้ในการให้นมลูกของคุณ
เอง ควรเลือกขวดที่พอดีกับเด็ก เเละจะต้องเตรียมเองไว้สัก2-3ชุดเดียวกันทั้งขวดนมเเละขวดน้ำเพื่อให้ลูกของคุณได้ใช้สลับกันอย่างเพียงพอที่สำคัญก่อนที่จะใช้ต้องอุ่น
น้ำร้อนเพื่อการฆ่าเชื่อโรคในทุกครั้งเพื่อจะทำให้เชื้อโรคไม่เข้าไปในร่างกายของลูกของคุณนั้นเอง
ต่อมาจะเป็นเรื่องของกะละมังอ่าบน้ำเพื่อให้ลูกของคุณใช้อาบน้ำไม่ควรใหญ่หรือเล็กเกินไปสำหรับลูกคุณเด็กเล็กควรอาบน้ำในกะละมัง
หากไปอาบจากฝักบัวจะไม่ถนัดเเน่นอนให้ลูกคุณได้นอนอาบเป็นการอาบน้ำเด็กเล็กเเบบถูกวิธี
ซึ่งพ่อเเม่ต้องเตรียมเอาไว้เลยในเรื่องของการซื้อกะระมังนั้นมีความสำคัญอย่างมาก
จะต้องขาดไม่ได้เพื่อให้ลูกของคุณได้อาบน้ำได้อย่างถูกต้องเเละไม่เป็นอันตรายสำหรับเด็ก
สิ่งสุดท้ายคือเตียงนอนหรือว่าเเปลสำหรับเด็ก
นี้คือสิ่งของที่สำคัญอย่างหนึ่งไม่เเพ้กันเด็กต้องนอนเเยกกับพ่อเเม่ต้องมีเตียงนอนหรือว่าเเปลส่วนตัวของเขาหากมานอนกับพ่อเเม่
หากเป็นเด็กที่เล็กเกินไปพ่อเเม่อาจจะนอนทับได้กลางดึงใครจะไปรู้ว่าเราจะหลับท่าไหนเเละสิ่งที่ป้องกันได้คือให้เขานอนในเตียงของเขาหรือว่าเเปลดีที่สุด
จะได้หลับได้สนิทเเละน่าจะทำให้เขามีความสุขในการหลับอาจจะมีตุ๊กตาเเขวนไว้ให้เขาจับก็ได้
เเละนี้คือทั้งหมดสำหรับสิ่งของสำคัญของลูกเราที่ต้องเตรียมไว้รอเขาเกิดมาลืมตาดูโลกใบนี้…

43163255 – asian student in uniform at school

การซักผ้าลูกน้อยให้หอมในวันฝนพรำ

ปัญหาของคุณแม่หลายๆคนคือการซักผ้าให้ลูกน้อย ยิ่งช่วงเวลาที่ฟ้าฝนไม่เป็นใจแบบนี้
ซักไปผ้าของลูกๆก็มีแต่เหม็นคงไม่ดีต่อสุขภาพของลูกรักแน่ๆ เราเชื่อว่าหลายคนคงเผชิญปัญหาแบบเดียวกัน
นั่นคือทุกครั้งที่ซักผ้าแล้วฟ้าจะครึ้ม เมฆดำเริ่มลอยต่ำ และทันทีที่หยิบผ้าขึ้นมาตากได้ไม่นาน
ฝนก็กระหน่ำตกลงมาแบบไม่ลืมหูลืมตา ครั้นหิ้วผ้าเข้ามาตากในบ้านก็มีกลิ่นอับติดผ้าเสียอีก
แต่จะไม่ซักก็ไม่มีเสื้อผ้าใส่ ทำให้ใครหลายคนแก้ปัญหาด้วยน้ำหอม
อันดับแรกคือการแยกผ้าที่เริ่มมีกลิ่นอับออกมาก่อน แต่หากไม่อยากแยกให้เสียเวลาก็ไม่ว่ากัน
จากนั้นให้นำผ้าเหล่านั้นไปแช่น้ำส้มสายชูหรือไม่ก็สารส้มทิ้งไว้สัก 6 ชั่วโมง ซึ่งขั้นตอนนี้ค่อนข้างใช้เวลานาน
ดังนั้นควรแช่ทิ้งไว้ก่อนนอนจะดีที่สุด (ความจริงคือสะดวกเวลาไหนก็แช่เวลานั้น)
เมื่อครบ 6 ชั่วโมงเรียบร้อยแล้ว ให้น้ำผ้าขึ้นมาบิดน้ำออกให้หมด จากนั้นก็เป็นการเข้าสู่ขั้นตอนของการซักผ้า
เพียงแต่การซักผ้าในครั้งนี้ อาจจะต่างไปจากวิธีการที่ใครหลายคนเคยชินสักหน่อย
เพราะเราไม่ใช้ผงซักฟอกในการซัก เพราะผงซักฟอกส่วนใหญ่หรือแทบทั้งหมดตามท้องตลาดผสมแป้ง
เมื่อซักแล้วผ้าไม่แห้งตามเวลาที่เหมาะสม จะส่งผลให้แป้งเน่าและส่งกลิ่นติดเนื้อผ้า ซึ่งนั่นคือที่มาของกลิ่นอับ
ดังนั้นสิ่งที่เราจะใช้ในการซักผ้าเมื่อเวลาฝนตกคือ เบคกิ้งโซดา
ซึ่งมีคุณสมบัติในการขจัดคราบและความสกปรกได้ไม่ต่างจากผงซักฟอก เพียงแต่จะไม่มีฟองเท่านั้นเอง
ข้อดีอีกอย่างคือล้างออกง่ายกว่าผงซักฟอกหลายเท่า กระบวนการหลังจากนั้นก็เป็นการนำเสื้อผ้า
มาล้างเบคกิ้งโซดาออกด้วยน้ำเปล่าจนสะอาด ส่วนใครอยากจะใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มเพิ่มเติม
ก็ขอแนะนำให้เลือกใช้สูตรซักผ้าในที่ร่ม ไม่เช่นนั้นไม่ใส่เลยจะเป็นการดีกว่า
สำหรับขั้นตอนการตากก็ไม่มีอะไรมาก ขอแค่ตากให้ห่างกันพอประมาณ ไม่ควรให้ชิดกันจนเกินไปนัก
จากนั้นก็เปิดพัดร่มเป่าเบาๆ และเปิดไฟในห้องทิ้งไว้สักหนึ่งคืน รับรองว่าผ้าที่ได้จะไม่มีกลิ่นเหม็นอับอีกต่อไป…

แม่และเด็ก

อาหารสำหรับคุณแม่หลังคลอด

คุณแม่มือใหม่ที่เพิ่งคลอดลูกในช่วงแรก
อาจจะยังไม่มีน้ำนมแม่จึงจำเป็นต้องได้รับอาหารเพื่อช่วยบำรุงร่างกายและทดแทนพลังงาน
พร้อมช่วยกระตุ้นการสร้างน้ำนมสำหรับทารก ซึ่งอาหารสำหรับคุณแม่หลังคลอด
ก็ไม่ได้แตกต่างจากอาหารที่รับประทานในช่วงตั้งครรภ์มากนัก
บทความนี้จึงมาบอกถึงอาหารที่ช่วยเร่งน้ำนมและบำรุงคุณแม่หลังคลอด

1. นมพร่องมันเนย
การดื่มนมสด หรือผลิตภัณฑ์อื่น ๆ จากนมพร่องมันเนย หรือนมที่มีไขมันต่ำ เช่น โยเกิร์ต หรือชีส
นอกจากจะให้พลังงานแล้ว ยังได้รับคุณค่าจากโปรตีน วิตามินบี
พร้อมด้วยแคลเซียมที่มีส่วนช่วยในการพัฒนากระดูกและฟันของลูกน้อย

2. เนื้อที่ไม่มีไขมัน
คุณแม่ลูกอ่อนควรทานเนื้อที่มีไขมันน้อย หรือเนื้อที่ไม่มีไขมัน ซึ่งเป็นเนื้อที่อุดมไปด้วยธาตุเหล็ก โปรตีน
และวิตามินบี 12 เหมาะแก่การเสริมสร้างพลังงานสำหรับคุณแม่หลังคลอดและคุณแม่ที่กำลังให้นมลูก

3.เมนูขิง
อาหารอีกจานที่มี ส่วนประกอบขิงและเนื้อสัตว์นำมาผัด เช่น ไก่ผัดขิง จะช่วยให้โปรตีนสูง เพิ่มพลังให้กับร่างกาย
และเร่งน้ำนมสำหรับแม่ลูกอ่อนได้ดี

4.ข้าวกล้อง
คุณแม่หลายคนงดทานข้าวเพราะคิดว่าการทานแป้งจะยิ่งทำให้อ้วนและลดน้ำหนักได้ ยาก แต่ความจริงแล้ว
ข้าวเป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรตซึ่งให้พลังงานอย่างมาก
โดยเฉพาะข้าวกล้องที่ให้พลังงานสูงแถมยังมีแคลอรีน้อยกว่าข้าวขาวอีกด้วย

5.กระเทียม
กระเทียม หนึ่งในอาหารที่ช่วยในการผลิตน้ำนม และยังช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของคุณแม่หลังคลอด
ทั้งยังช่วยต่อต้านเชื้อจุลินทรีย์และสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยต่อสู้กับการติดเชื้อในร่างกายได้อีกด้วย
แต่คุณแม่ไม่ควรทานกระเทียมมากเกินไป เพราะอาจทำให้น้ำนมมีกลิ่นและลูกอาจไม่ยอมทานนมแม่

6.มะละกอ
มีของคาว ของหวาน และเครื่องดื่มไปแล้ว มาถึงเมนูผลไม้อย่างมะละกอ
ที่มีวิตามินซีสุงสามารถกินตอนสุกหรือนำผลดิบมาปรุงเป็นอาหาร เช่น  แกงส้มมะละกอ ฯลฯ
ที่ถือว่าเป็นสูตรอาหารเรียกน้ำนมอย่างดีที่ช่วยแก้ปัญหาน้ำนมไม่พอได้ และยังช่วยแก้ท้องผูกได้

7.ไข่
ไม่ว่าจะเป็นไข่เป็ด ไข่ไก่ หรือไข่นกกระทา ก็ล้วนเป็นแหล่งพลังงานและเป็นแหล่งโปรตีนชั้นสูง
ทั้งยังมีวิตามินที่มีส่วนช่วยในการเจริญเติบโต รวมไปถึงช่วยพัฒนากระดูกและกล้ามเนื้อของทารกอีกด้วย

อาหารที่คุณแม่หลังคลอดควรงด
1.อาหารและเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เช่น ข้าวหมาก ผลไม้ดอง พั้นซ์ ไวน์ สุรา
2.เครื่องดื่มที่มี คาเฟอีน เช่น ชา กาแฟ น้ำอัดลมประเภทโคล่า
3.อาหารรสจัด
4.ของหมักดอง…

แม่และเด็ก

แม่และเด็กโปรตีนอาหารที่เหมาะสำหรับว่าที่คุณแม่

สำหรับคนที่กำลังจะกลายเป็นคุณแม่ เมื่อรู้ว่าตั้งครรภ์และมีหัวใจอีกดวงที่เต้นอยู่ข้างในคงต้องมีการบำรุงเป็นพิเศษ
ต้องกินอาหารเพื่อสำหรับให้ลูกน้อยที่อยู่ในท้องได้แข็งแกร่งไปด้วย และยังจะต้องกินอาหารเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง
และสุขภาพดี นอกจากนี้ยังต้องกินเพื่อให้ร่างกายสร้างน้ำนมแม่ ที่มีประโยชน์ต่อลูกน้อยมากกว่าอะไรทั้งหมด
เพราะฉะนั้นแล้ว พฤติกรรมการกินอาหารของคุณแม่จะต้องเปลี่ยนเป็นอันดับแรก
เพื่อสุขภาพที่ดีที่สุดสำหรับคุณแม่และลูกน้อย
ปกติแล้วคุณแม่ในยามตั้งครรภ์จะมีความต้องการอาหารเพิ่มขึ้นทั้งปริมาณและคุณภาพ
คุณแม่จึงรู้สึกว่าหิวบ่อยขึ้นเมื่อครรภ์แก่ เพราะร่างกายต้องการพลังงานเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 15 หรืออีก 500 แคลอรีต่อวัน
คุณแม่บางคนที่รับประทานอาหารไม่ค่อยได้ จึงควรดูแลตัวเองเป็นพิเศษ
เพื่อให้ลูกน้อยได้รับสารอาหารเพียงพอกับการเจริญเติบโต ส่วนคุณแม่ที่กลัวอ้วนจนถึงกับยอมควบคุมอาหาร
ลูกน้อยในครรภ์ก็อาจพลอยได้รับสารอาหารน้อยลงไปด้วย อาจทำให้ลูกมีน้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์
มีอัตราเสียชีวิตหลังคลอดสูงกว่าปกติ หรือมีอัตราเสี่ยงต่อการแท้งสูงขึ้น แต่สำหรับคุณแม่ที่หิวมาก
กินเยอะจนมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นผิดปกติ ช่วงหลังคลอดเมื่อเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
ไขมันในร่างกายส่วนหนึ่งจะถูกนำไปใช้ในการสร้างน้ำนม แต่ไขมันที่ยังเหลืออยู่บ้างและลดลงได้ยาก
หลังจากเลิกให้นมลูกแล้วคุณแม่ก็ควรจะออกกำลังกายเพื่อช่วยลดน้ำหนักด้วย
โปรตีน เป็นสารอาหารที่ช่วยทำให้ร่างกายเจริญเติบโตและช่วยซ่อมแซมร่างกายส่วนที่สึกหรอ
จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับลูกน้อยในการก่อร่างสร้างเลือดเนื้อให้เป็นตัวเป็นตน
เพราะโปรตีนเป็นส่วนประกอบสำคัญของเซลล์และเนื้อเยื่อซึ่งจะประกอบกันเป็นกล้ามเนื้อ กระดูก และอวัยวะภายในต่าง ๆ
ให้ร่างกายเจริญเติบโต เรียกได้ว่าเป็นสารอาหารที่สำคัญที่สุดสำหรับลูกน้อยเลยก็ว่าได้
อีกทั้งในขณะตั้งครรภ์ร่างกายของคุณแม่จะต้องการโปรตีนเพิ่มมากขึ้นกว่าปกติประมาณ 30%
ของความต้องการโปรตีนในแต่ละวัน ซึ่งอาหารที่มีโปรตีนนั้น ได้แก่ เนื้อสัตว์ทุกชนิด, นม, ไข่, ถั่วหลากชนิด, ธัญพืช, เต้าหู้,
ตับ เป็นต้น ส่วนเนื้อที่ว่านี้อาจจะเป็นเนื้อหมู เนื้อวัว เนื้อไก่ เนื้อเป็ด หรือเนื้อปลาก็ได้ทั้งนั้น
เพราะเนื้อเหล่านี้จะมีโปรตีนที่มีคุณภาพดีและมีธาตุเหล็กอยู่มาก ซึ่งมันจะดีกับทั้งแม่และลูกในครรภ์…