เตรียมรับมือให้ดีสำหรับคุณแม่หลังคลอด

คุณแม่ หลังคลอด อาจจะยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำไปว่า
ร่างกายจะต้องเปลี่ยนแปลงไปยังไงบ้างหลังคลอดลูกแล้ว ก็อย่างที่รู้ๆ
กันนั่นแหละว่า การตั้งครรภ์มีผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจของเราขนาดไหน
ฉะนั้น ถ้าคุณเพิ่งจะคลอดบุตรได้ไม่นาน
ก็เตรียมตัวพบกับความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายพวกนี้เอาไว้ได้เลย
หนาวสั่น
อาการหนาวสั่นจะเกิดขึ้นได้ทันทีหลังคลอด
และอาจเกิดขึ้นในช่วงเปลี่ยนผ่านของการคลอดในระยะต่างๆ
ซึ่งผู้หญิงบางคนอาจสังเกตเห็นหัวเข่าสั่นอย่างเอาเป็นเอาตายหลังคลอดลูกคนแรกออกมา
และรู้สึกหนาวสะท้านมากๆ ในช่วงที่พยาบาลผดุงครรภ์กำลังเย็บแผลให้
ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะฮอร์โมนการตั้งครรภ์
ซึ่งเป็นฮอร์ที่ทำการสะสมน้ำเอาไว้ร่างกาย เพื่อคอยทดแทนการเสียเลือด
ที่เคยมีอย่างมากมายก่อนหน้านี้ จะลดลงอย่างรวดเร็ว
จึงทำให้คุณแม่เกิดอาการหนาวสั่น หลังคลอดประมาณ 2-3 วัน
หรืออย่างช้าก็ไม่เกิน 6 สัปดาห์
เหงื่อออกมาก
นี่เป็นวิธีที่ร่างกายระบายของเหลว ที่เกิดจากการตั้งครรภ์ออกจากร่างกาย
ซึ่งอาจมีของเหลไหลออกมาจากเต้านมของคุณด้วย
นอกจากนี้ยังอาจมีอาการเลือดออกหลังคลอดต่อไปอีกประมาณ 6 สัปดาห์ด้วย
โดยปกติแล้ว อาการปัสสาวะเล็ด อาการเหงื่อออกในตอนกลางคืน
และการที่ต้องคอยดูแลลูกน้อย ที่มักจะฉี่ออกมาบ่อยๆ
จะทำให้คุณต้องตื่นขึ้นมาแบบตัวแฉะไปประมาณสองสัปดาห์ ฉะนั้น
เตรียมผ้ากันเปียกที่นอนเอาไว้ซะ การใช้ผ้าขนหนูหลายๆ
ผืนปูนอนก็อาจช่วยคุณได้เหมือนกัน
ความเจ็บปวดหลังคลอด
อาการเจ็บปวดหลังคลอด มักเกิดจากการบีบรัดตัวของมดลูก
ให้กลับไปอยู่ในขนาดปกติ และอาการเจ็บปวดจะยิ่งรุนแรงขึ้น
ถ้าคุณคลอดบุตรหลายครั้ง
นอกจากนี้คุณอาจรู้สึกเจ็บปวดอย่างมากในขณะให้นมลูก ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ
อาการเจ็บปวดแบบนี้จะเกิดขึ้นประมาณ 5-7 วัน แต่มีรายงานว่า
ผู้หญิงบางคนที่มีลูกเยอะๆ จะมีอาการเจ็บปวดหลังคลอด
จากการคลอดลูกคนที่สาม คนที่สี่ หรือคนที่ห้า
จะมีความเจ็บปวดรุนแรงยิ่งกว่าตอนเจ็บท้องก่อนคลอดซะอีกนะ ฉะนั้น
คุณแม่ลูกดกทั้งหลาย ก็ควรเตรียมตัวพบกับความเจ็บปวดเช่นนี้เอาไว้ด้วย
ปัสสาวะเล็ด
คุณแม่หลังคลอดมักจะมีอาการปัสสาวะเล็ด หรือปัสสาวะรดกางเกงได้บ่อยๆ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลากระโดดเชือก หรือแม้แต่เวลาเดินขึ้นบันได
สาเหตุก็เกิดจากแรงกดของกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน
ในระหว่างการอุ้มท้องและการคลอดบุตร เกิดความอ่อนแอลง
ทำให้ร่างกายควบคุมกระเพาะปัสสาวะได้ยาก
ถึงแม้ว่าอาการเช่นนี้มักจะขึ้นกับคุณแม่ที่คลอดเองตามธรรมชาติ
แต่คุณแม่ที่ใช้วิธีผ่าตัดคลอด ก็มีโอกาสจะมีอาการแบบนี้ได้เหมือนกัน
โชคดีที่อาการแบบนี้จะหายไปเอง หลังคลอดสองสามสัปดาห์
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ออกกำลังกาย
เพื่อให้กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานมีความแข็งแรงขึ้น ทั้งในช่วงก่อนและหลังคลอด
เพื่อช่วยลดปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะปัสสาวะหลังคลอด
รอยแตกลายอาจจะอยู่แบบถาวร
ในช่วงที่ตั้งครรภ์อยู่ คุณแม่หลายคนจะสังเกตเห็นว่า
มีรอยแตกลายเกิดขึ้นบริเวณท้อง บั้นท้าย เต้านม และต้นขา
และถึงแม้ว่ารอยแตกลายพวกนั้น จะดูลดเลือนลงหลังคลอด
แต่รอยแตกลายพวกนั้นก็จะไม่หายไป
ซึ่งปัญหานี้ทำให้ผู้หญิงส่วนใหญ่ทำใจไม่ค่อยได้ แต่ไม่ว่าคุณจะรู้สึกยังไง
ก็ไม่มีทางที่จะลบรอยแตกลายพวกนั้นได้ ทางที่ดีคุณจึงควรทำใจยอมรับมันซะ
มองรอยแตกลายนั้นให้เป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จอย่างหนึ่งในชีวิตก็แล้วกันนะ
มีอาการริดสีดวง
ก็เหมือนกับที่การตั้งครรภ์ส่งผลต่อกระเพาะปัสสาวะ
จนทำให้คุณรู้สึกไม่สบายตัวนั่นแหละ อาการเช่นนั้นก็อาจเกิดขึ้นกับทวารหนัก
และทำให้เกิดปัญหาริดสีดวงขึ้นมาได้ด้วย
ถึงแม้คุณจะไม่รู้สึกถ้ามีริดสีดวงเกิดขึ้นภายใน
แต่คุณอาจสังเกตเห็นริดสีดวงที่เกิดขึ้นภายนอกได้ เวลาที่คุณใช้กระดาษชำระ
หรือตอนถ่ายอุจจาระ ถ้าอาการริดสีดวงทำให้คุณรู้สึกเจ็บ
ก็อย่าลังเลที่จะไปพบคุณหมอ
ซึ่งคุณหมอจะแนะนำการรักษาที่จะช่วยให้คุณคลายความเจ็บปวดลงได้
มีอาการท้องผูก
ฮอร์โมนการตั้งครรภ์ อาจทำให้ระบบทางเดินอาการทำงานช้าลง
ส่งผลให้คุณแม่หลังคลอดมีอาการท้องผูกได้
ซึ่งถ้าคุณแม่คนนั้นมีปัญหาริดสีดวงด้วยล่ะก็
ยิ่งจะต้องพบกับความลำบากในการขับถ่าย
เนื่องจากการเบ่งอุจจาระจะยิ่งทำให้เจ็บปวดเข้าไปกันใหญ่
แต่คุณสามารถบรรเทาอาการท้องผูกลงได้ ด้วยการใช้ยาที่ทำให้อุจจาระนิ่ม
และอย่าลืมกินอาการที่มีกากใยเยอะๆ ด้วย
ซึ่งจะช่วยให้การขับถ่ายเป็นไปได้ง่ายขึ้น คุณควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภทแป้งๆ
เพราะจะทำให้ถ่ายลำบากได้

Posted in แม่และเด็ก.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *