หูชั้นกลางอักเสบ ร้ายแรงในเด็กกว่าที่คิด

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า โรคหูชั้นกลางอักเสบที่ดูเหมือนไม่มีพิษไม่มีภัยอะไร
จึงถือเป็นโรคยอดนิยมสำหรับเด็กเล็กและเป็นสาเหตุการตายอันดับ 1 ของเด็กเล็กทั่วโลกกว่าปีละ 2ล้านคน ได้ยินแล้วขนลุกไหมครับ
บทความนี้เราจึงจะนำพ่อแม่ทุกคนไปรู้จัก
โรคหูชั้นกลางอักเสบเพื่อเป็นแนวทางป้องกันไม่ให้ลูกน้อยเป็นโรคร้ายหรือต้องเจ็บป่วย
แบบไม่มีปี่มีขลุ่ย เพราะโรคชนิดนี้จะเกิดจาก เชื้อนิวโมคอคคัสที่ก่อให้เกิดเยื้อหุ้มสมองอักเสบได้ด้วย
และปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันหูชั้นกลางอักเสบคือภาวการณ์ติดเชื้อและอักเสบของหูชั้นกลาง
เป็นโรคที่พบบ่อยโรคหนึ่งในเด็กและเป็นสาเหตุของการสูญเสียการได้ยินในเด็ก
โดยจะพบบ่อยในช่วงอายุ 6 เดือน- 15 เดือนและเกิดในเพศชายมากกว่าเพศหญิง
อย่างไรก็ตาม หูชั้นกลางอักเสบยังสามารถพบได้ในเด็กอายุน้อยกว่า 1 ปี ถึงร้อยละ 23
และเพิ่มเป็นร้อยละ 40 ในเด็กช่วงอายุ 4-5 ปี
เรียกได้ว่าเป็นโรคที่แฝงอยู่กับเด็กซึ่งภูมิคุ้มกันยังไม่แข็งแรงแถมพ่อแม่ก็ไม่มีความรู้เกี่ยวกับโรคนี้มากนัก
อาการเริ่มแรกของ หูชั้นกลางอักเสบ
มักต่อเนื่องมาจากอาการหวัดซึ่งเกิดขึ้นบ่อยกับเด็กเล็กในช่วงฤดูฝนต่อเนื่องถึงฤดูหนาว
เมื่อเป็นหวัดบ่อยๆ แก้วหู จะเริ่มมีปัญหา และนั่นจะเป็นช่วงเวลาที่หูชั้นกลาง เริ่มแผลงฤทธิ์ให้เห็น
นอกจากนี้ยังมีสาเหตุชักนำที่ทำให้เกิดการหูชั้นกลางอักเสบ อย่าง การติดเชื้อของทางเดินหายใจ,
การติดเชื้อแบคทีเรีย, การเลี้ยงลูกด้วยนมขวด หรือภาวะหวัดเรื้อรังจากภูมิแพ้
ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดจากการปล่อยปะละเลยของผู้ปกครองซึ่งเมิ้อลูกน้อยของคุณเป็นโรคหูชั้นกลางอักเสบ
จะเกิดอาการไข้สูง, ร้องกวน ,เบื่ออาหาร, คลื่นไส้อาเจียนและอาการที่ควรสังเกตเป็นพิเศษคือ ปวดหู หากปล่อยนานเกินไป
แก้วหูจะทะลุ มีหนองไหลออกมา แต่ความเจ็บปวดจะหายไปส่วนเด็กที่เป็นหูชั้นกลางอักเสบเรื้อรัง
มักจะไม่ค่อยมีอาการแสดงออกชัดเจน ยกเว้น หูอื้อ หรือมีการได้ยินลดลง
เมื่อตรวจดูจะพบว่าแก้วหูมีสีเหลืองหรือสีทึบกว่าปกติบางครั้งจะเห็น ฟองอากาศในหูชั้นกลางได้เลย
โดยแนวทางการรักษา หูชั้นกลางอักเสบแพทย์จะสั่งยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียตามภาวะการอักเสบของหู
และต้องทานยาจนกว่าจะครบกำหนด แม้จะหายแล้วก็ตามเพราะมีโอกาสที่โรคจะกลับมาเกิดใหม่ได้อีก
แต่หากลูกน้อยของคุณอาการไม่ดีขึ้นแพทย์อาจต้องพิจารณาหาสาเหตุของแหล่งการติดเชื้ออื่นในร่างกาย
และเปลี่ยนยาปฏิชีวนะตัวอื่นที่มีฤทธิ์ครอบคลุมเชื้อหรืออาจจะต้องเจาะแก้วหู ระบายหนอง เพื่อลดอาการปวดและนำหนองมาเพาะเชื้อต่อไป

Posted in แม่และเด็ก.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *