นมบริจาค ดีกว่า นมผง จริงหรือ

เพราะว่า นมแม่จากธนาคารนมแม่ ต้องผ่านการตรวจคัดกรองอย่างเข้มงวด มีการซักประวัติ
และมีผลเลือดจากผู้บริจาคภายใน 3 เดือน ว่าปราศจากโรคติดต่อร้ายแรงที่ทำให้ผู้รับน้ำนม
ที่มีเชื้อนั้นเป็นอันตรายได้และทำการพาสเจอร์ไรซ์ฆ่าเชื้อแบบมาตรฐาน
ทำให้ต้นทุนในการให้ได้มาของนมแม่แบบนี้สูงถึง 200 บาทต่อ 30 ซีซี
ดังนั้นจึงทำให้นมแม่จากธนาคารนมแม่ไม่สามารถนำไปให้กับเด็กปกติทั่วไปได้
ต้องสงวนไว้สำหรับเด็กทารกแรกเกิดที่ต้องรักษาตัวในไอซียูที่แม่มีปริมาณน้ำนมไม่เพียงพอ
งานวิจัยยืนยันว่าทารกแรกเกิดที่ป่วย ทารกคลอดก่อนกำหนด หากได้รับนมแม่ ไม่ใช่นมผง จะมีอัตรารอดชีวิตสูงกว่า
มีภาวะแทรกซ้อนน้อยกว่า เช่น โรคติดเชื้อในกระแสเลือด โรคลำไส้เน่า โรคจอประสาทตาเสื่อม
โรคปอดอักเสบเรื้อรัง ใช้เวลารักษาตัวในรพ. สั้นกว่า ได้กลับบ้านเร็วกว่า จึงทำให้เสียค่าใช้จ่ายในการรักษาน้อยกว่า
ค่านมแม่จากธนาคารนมแม่ เมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายจากการไม่ได้นมแม่ แตกต่างกันเป็นร้อยกว่าเท่า น่าเสียดายที่รพ.
ต่างๆยังไม่นิยมใช้นมแม่จากธนาคารนมแม่ซึ่งมีอยู่ที่รามาธิบดีและศิริราชหากแต่ยังนิยมใช้นมผงสำหรับทารกก่อนกำหนด
ซึ่งป้อนไปก็เจอปัญหาท้องอืด ไม่ย่อย ลำไส้อักเสบ ทำให้ต้องหยุดให้นมเป็นระยะ ทำให้ไม่โตเสียทีทำให้ได้กลับบ้านช้ากว่าที่ควรจะเป็น
ส่วนเรื่องที่คิดว่า ถ้าให้นมแม่จะได้แคลอรี่ไม่เพียงพอ ไม่เหมือนให้นมทารกก่อนกำหนดก็ไม่จริง
เพราะนมแม่ถ้าได้รับการกระตุ้นให้สร้างได้อย่างถูกต้องตั้งแต่แรก แม่จะปั๊มได้เยอะพอที่จะปั๊มแบบแยกนม ส่วนต้น
ส่วนกลาง ส่วนท้าย เมื่อแม่ปั๊มแยกมา พยาบาลก็นำนมส่วนท้ายมาป้อนก่อน แล้วค่อยเป็นส่วนกลาง
การทำแบบนี้จะได้แคลอรี่เพิ่มขึ้น โดยไม่ทำให้ลำไส้ของทารกมีปัญหา น้ำหนักจะเพิ่มเร็วมาก
ไม่ต้องหยุดชะงักในการให้อาหารทางลำไส้บ่อยๆ เหมือนเคสที่ป้อนนมผง สามารถเพิ่มน้ำหนักให้ลูกได้ถึงวันละ 50-60 กรัมสบายๆเลย
จึงอยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลทารกแรกเกิดได้ทราบตรงนี้
เคล็ดลับทำให้แม่ของทารกป่วยที่ไม่ได้ดูดกระตุ้นที่เต้าผลิตน้ำนมได้พอคือ ให้ยาโมทิเลียม(ถ้าแม่ไม่มีข้อห้าม)
ให้เริ่มปั๊มนมให้เร็วที่สุดภายใน 1-2ชม. หลังคลอด และปั๊มบ่อยทุก2ชม./กลางวัน ทุก3ชม./กลางคืน ดื่มน้ำวันละ3 ลิตรทำแบบนี้น้ำนมมาเพียงพอแน่นอนค่ะ
สรุปคือ ห้ามรับนมบริจาคกันเอง เพราะอาจติดโรคร้ายแรง เช่น โรคเอดส์ โรคไวรัสตับอักเสบบี ซี ไวรัสซีเอ็มวี
แพ้อาหารผ่านทางนมแม่ และโรคท้องเสียจากกระบวนการเก็บรักษาที่ไม่ปลอดเชื้อ

Posted in แม่และเด็ก.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *